วันจันทร์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2557

ระบบไร้สาย

ที่มา http://www.thaitelecomkm.org/TTE/topic/attach/Bluetooth_Technology/index.php
 เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายบลูทู
   (Bluetooth Technology)
   สันทบ บัวแก้ว
   และกองบรรณาธิการ
 

  ๑. อภิธานศัพท์ (Glossary)

 
 
การสื่อสารแบบไร้สาย (Wireless Communication)
การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์การสื่อสารต่างๆ เช่น เครื่องช่วยงานอิเล็กทรอนิกส์ส่วนบุคคลหรือพีดีเอ (Personal Digital Assistant : PDA) โดยใช้คลื่น หรือแสงเป็นสื่อกลาง หรือโทรศัพท์เคลื่อนที่  ที่ใช้ความถี่วิทยุเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทั้งข้อความ ภาพ หรือเสียง เป็นต้น

การสื่อสารแบบใช้สาย (Wired Communication)
การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์การสื่อสารต่างๆ โดยผ่านสื่อกลางที่เป็นสายนำสัญญาณ เช่น สายทองแดง
สายแกนร่วม (Coaxial) สายโทรศัพท์ เส้นใยนำแสง เพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนหรือจัดเก็บข้อมูล เป็นต้น
ระบบบัสอนุกรมแบบใช้ร่วม (Universal Serial Bus : USB)
ข้อกำหนดมาตรฐานของบัสหรือช่องทางการสื่อสารแบบอนุกรม เพื่อใช้ในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป เช่น ใช้กับคอมพิวเตอร์ เพื่อเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ เช่น เมาส์ แป้นพิมพ์ เครื่องพิมพ์

พีดีเอ (Personal Digital Assistant: PDA)
เครื่องช่วยงานส่วนบุคคลแบบดิจิทัล สามารถใช้ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล บันทึกข้อมูลการทำงาน หรือจัดระเบียบตารางงานและอื่นๆ ซึ่งมีความสามารถคล้ายกับเครื่องคอมพิวเตอร์ ใช้ดูภาพยนตร์ ฟังเพลง หรือเชื่อมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ตและสื่อบันเทิงอื่นๆได้

โพรโทคอล (protocol)
ระเบียบหรือข้อกำหนดของวิธีการสื่อสารที่ใช้ในเครือข่าย เพื่อให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรืออุปกรณ์การสื่อสารซึ่งเป็นผู้รับและผู้ส่งสามารถเข้าใจและทำงานร่วมกันได้ เปรียบได้กับภาษาของมนุษย์ที่มีข้อตกลงหรือข้อกำหนดร่วมกันก่อนที่จะสื่อสารถึงกัน
  ๒. บทคัดย่อ  up
          เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายส่วนบุคคลบลูทูธ เป็นระบบการสื่อสารที่ใช้คลื่นวิทยุความถี่ประมาณ ๒.๔ – ๒.๔๘๓ กิกะเฮิรตซ์ เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้กันเกิดเป็นเครือข่ายชั่วคราวขนาดเล็กเรียกว่า พิโคเน็ต ซึ่งมีอัตราการส่งข้อมูลสูงสุดประมาณ ๑ เมกกะบิตต่อวินาที โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในระบบบลูทู ประกอบไปด้วยสามส่วนหลักๆ ได้แก่ การส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุโดยการเปลี่ยนช่วงความถี่ไปมา การค้นหาอุปกรณ์บลูทูธที่อยู่ใกล้เคียง และระเบียบวิธีในการสื่อสารที่เข้าใจกันระหว่างผู้รับและผู้ส่ง ทั้งนี้การพัฒนามาตรฐานเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายเครือข่ายระดับบุคคลชนิดนี้มีมาอย่างต่อเนื่อง เช่น บลูทู 1.0 ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ บลูทู 1.1 ปี พ.ศ. ๒๕๔๔  ซึ่งการสื่อสารไร้สายบลูทูธนี้ สามารถใช้งานในการแลกเปลี่ยนหรือเคลื่อนย้าย
ข้อมูลได้ทั้งชนิดข้อความ ภาพและเสียง สำหรับใช้งานกับอุปกรณ์ขนาดเล็ก เนื่องจากใช้กำลังไฟต่ำ เช่น เครื่องพีดีเอ คอมพิวเตอร์แบบพกพา และการ
เชื่อมต่อระหว่างโทรศัพท์เคลื่อนที่ ทำให้เกิดความสะดวกและคล่องตัวในการใช้งานเพื่อการสื่อสารและจัดเก็บข้อมูล

  Abstract 
  up
           Bluetooth is a kind of wireless personal area network (WPAN) technology that operates in 2.4 – 2.483 GHz frequency band. This communication will forms temporary small network called piconet with data transmission rate is up to 1 Mbps (max). Bluetooth is available for small and low power devices such as personal digital assistant (PDA), laptop, and portable devices. There are three basic technologies inside bluetooth system that includes frequency hopping spread spectrum (FHSS), service discovery protocol (SDP) and application protocols. Its application are for all types of communication, those are picture, voice, and data.
  ๓. บทนำ (Introduction)  up
          บลูทู คือ เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายระยะใกล้แบบเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล(wireless personal area networks: WPAN) เป็นมาตรฐานที่ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไร้สายขนาดเล็ก เช่น เครื่องพีดีเอ (personal digital assistant:PDA) อุปกรณ์สื่อสารแบบพกพาหรือเคลื่อนที่รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านอุปกรณ์ปลายทางที่ให้บริการ ดังรูปที่ ๓.๑
รูปที่ ๓.๑ พื้นฐานอุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคล
        ๓.๑ ประวัติของบลูทู
        บลูทูธถูกระบุว่ามาจากชื่อของกษัตริย์ชาวเดนมาร์กที่พระนามว่า ฮาราล์ด บลาทานด์ (Herald Blatand) หรือ ฮาราล์ด บลูทูธ (Harald Bluetooth) ซึ่งครองราชย์ในปี ค.ศ. ๙๔๐ – ค.ศ. ๙๘๕ (พ.ศ. ๑๔๘๓ – พ.ศ.๑๕๒๘) โดยพระองค์ทรงเป็นผู้ที่รวบรวมอาณาจักรเดนมาร์กและนอร์เวย์เข้าด้วยกันให้เป็นปึกแผ่น ซึ่งมีลักษณะคล้ายจุดประสงค์ของเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายชนิดนี้ ที่ต้องการรวบรวมการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์การสื่อสารชนิดต่างๆ ให้เป็นเครือข่ายหนึ่งเดียว ดังนั้นเทคโนโลยีการสื่อสารชนิดนี้จึงได้ชื่อว่า บลูทูธ[๑]
 
  ๔.หลักการพื้นฐานของบลูทู    up
           เทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายบลูทู ถูกนำมาประยุกต์ใช้งานในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้สะดวกต่อการใช้งาน เนื่องจากไม่จำกัดพื้นที่ มิต้องใช้อุปกรณ์ที่เป็นสายสัญญาณ สามารถเชื่อมต่อได้ไกล เช่น การส่งข้อมูลจากโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องหนึ่งไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่อีกเครื่องหนึ่ง หากส่งผ่านสายสัญญาณ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อทำให้อุปกรณ์ทั้งสองเชื่อมต่อกันได้ แต่เทคโนโลยีบลูทูธ ช่วยให้การส่งข้อมูลของอุปกรณ์ทั้งสองสะดวกขึ้นโดยการส่งผ่านคลื่นวิทยุ
          ระบบเครือข่ายไร้สายส่วนบุคคลที่ใช้เชื่อมต่อ โดยตรงระหว่างอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้กันชนิดนี้ ในแต่ละเครือข่าย จะมีอุปกรณ์ตัวหนึ่ง เรียกว่า มาสเตอร์
(Master) หรือตัวแม่ข่าย ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานและประสานงานให้กับอุปกรณ์ตัวอื่นๆในเครือข่ายเดียวกัน ส่วนอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อตัวอื่นๆ เรียกว่า สลาฟ(Slave) หรือตัวลูกข่าย ซึ่งโครงสร้างการทำงานของบลูทูธนี้คล้ายกับระบบบัสอนุกรมแบบใช้ร่วมร่วม (universal serial bus : USB) ที่ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั่วๆไป แต่ต่างกันในส่วนของการเชื่อมต่อ โดยอุปกรณ์บลูทูธส่วนใหญ่สามารถทำหน้าที่ได้ทั้งมาสเตอร์หรือสลาฟ
ตามความเหมาะสม ซึ่งภายในเครือข่ายจะมีการจัดการกันเองโดยอัตโนมัติด้วย โพรโทคอลมาตรฐาน
        อุปกรณ์บลูทูธแต่ละตัวจะมีแอดเดรส (Address) หรือการระบุตำแหน่ง ซึ่งเป็นรหัสประจำตัวที่ไม่ซ้ำกับอุปกรณ์ตัวอื่น มีความยาวขนาด ๔๘ บิต เรียกว่า บีดี แอดเดอ (BD_ADDR) ใช้ในการจำแนกอุปกรณ์แต่ละตัวและใช้ในการระบุความถี่ที่ใช้สำหรับอุปกรณ์ตัวนั้นๆ ด้วย [๑]

        ๔.๑ ความถี่คลื่นวิทยุ
        ความถี่มาตรฐานสำหรับเทคโนโลยีบลูทูประมาณ ๒.๔ – ๒.๔๘๓ กิกะเฮิรตซ์ (GHz) ซึ่งช่วงความถี่ที่ใช้งานอาจแตกต่างกันบ้างในบางประเทศ เนื่องจากความถี่ที่ใช้สำหรับบลูทู เป็นความถี่สาธารณะ (Unlicensed frequency) ไม่ต้องขออนุญาตการใช้งานความถี่ดังกล่าวจากหน่วยงานกำหนดหรือจัดสรรความถี่ของประเทศนั้นๆ ทำให้การใช้งานความถี่นี้แออัด อาจถูกรบกวนจากสิ่งต่าง ๆ เช่น คลื่นสัญญาณรบกวนจากเครือข่าย ที่อยู่ใกล้กันได้ง่าย ดังนั้นประสิทธิภาพของการใช้งานบลูทูธจึงขึ้นอยู่กับคุณภาพของอุปกรณ์ จำนวนหรือความหนาแน่นของการใช้งานด้วย [๑]

        ๔.๒ ระยะเชื่อมต่อของบลูทูธ
        อุปกรณ์บลูทูธถูกแบ่งออกเป็นสามระดับ ตามความสามารถในการส่งข้อมูล [๑] ดังนี้

        ระดับหนึ่ง (Class 1) สามารถรับส่งข้อมูลในรัศมี ๑๐๐ เมตร ใช้พลังงานประมาณ ๑๐๐ มิลลิวัตต์
        ระดับสอง (Class 2) สามารถรับส่งข้อมูลในรัศมี ๑๐ เมตร ใช้พลังงานประมาณ ๒.๕ มิลลิวัตต์
        ระดับสาม (Class 3) สามารถรับส่งข้อมูลในรัศมี ๑ เมตร ใช้พลังงานประมาณ ๑ มิลลิวัตต์

        ๔.๓ ส่วนประกอบของชุดข้อมูล
        ข้อมูลที่รับส่งอยู่ในเครือข่ายบลูทู ถูกแบ่งออกเป็นหน่วยย่อยๆ เรียกว่า พีดียู (packet data unit: PDU)[๒] ซึ่งประกอบไปด้วย

        ก) รหัสการเข้าถึง (Access Code) เป็นส่วนที่เก็บข้อมูลหมายเลขเครือข่ายและแอดเดรสหรือตำแหน่งของอุปกรณ์ต้นและปลายทาง มีขนาดยาว ๗๒ บิต
        ข) ส่วนหัว (Header) เป็นส่วนที่เก็บข้อมูลเส้นทางที่เหมาะสมในการส่งข้อมูล มีขนาดยาว ๕๔ บิต
        ค) ข้อมูล (Payload) คือข้อมูลที่ต้องการส่งไปยังปลายทาง มีขนาดระหว่าง ๐ – ๒,๗๔๕ บิต ขึ้นอยู่กับการใช้งาน ดังรูปที่ ๔.๑
รูปที่ ๔.๑ โครงสร้างชุดข้อมูลของบลูทู
         ๔.๔ เครือข่ายขนาดย่อม (Piconet)
         เครือข่ายขนาดย่อมหรือเรียกว่า พิโคเน็ต (Piconet) เป็นเครือข่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการเชื่อมต่อกันของอุปกรณ์บลูทู ตั้งแต่ ๒ ตัวขึ้นไป แต่ไม่เกิน ๘ ตัว ซึ่งจะแบ่งช่องสัญญาณออกเป็น ๗๙ ช่องสัญญาณ และส่งข้อมูลสลับช่องไปมา ๑,๖๐๐ ครั้งต่อวินาที ทำให้แต่ละพิโคเน็ตสามารถทำงานในพื้นที่เดียวกันได้ โดยโอกาสในการถูกรบกวนจากเครือข่ายอื่นที่อยู่ใกล้มีเพียงร้อยละ ๑.๕ ทั้งนี้เครือข่ายบลูทูธได้ออกแบบให้เครื่องที่เป็นตัวแม่ข่ายมีหน้าที่ในการจัดการควบคุมลำดับการส่งข้อมูลของอุปกรณ์แต่ละตัว เพื่อป้องกันการเกิดการชนกันของข้อมูลอันเนื่องมาจากการส่งข้อมูลพร้อมกันบนช่องสัญญาณเดียวกัน
         นอกจากนี้ในแต่ละพิโคเน็ตสามารถเชื่อมต่อข้ามเครือข่ายกัน เกิดเป็นเครือข่ายที่ใหญ่ขึ้นเรียกว่า สแคทเทอร์เน็ต (Scatternet) แต่การเชื่อมต่อแบบนี้จะต้องมีการจัดลำดับการทำงานบนเครือข่ายที่ยุ่งยากขึ้นและต้องแบ่งความสามารถในการส่งข้อมูลกัน ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของระบบลดลง [๑]

         ๔.๕ อัตราเร็วในการแลกเปลี่ยนข้อมูล
         ความเร็วสูงสุดพื้นฐานในการส่งข้อมูลของแต่ละช่องสัญญาณประมาณ ๑ เมกกะบิตต่อวินาที (Mbps) ทั้งนี้ความเร็วที่ส่งได้จริงอาจน้อยกว่า เนื่องจากความเร็วบางส่วนจะเสียไปจากการควบคุมและจัดการการส่งข้อมูล นอกจากนี้ผู้ใช้ในแต่ละพิโคเน็ต คงต้องแบ่งความสามารถในการส่งข้อมูลกันด้วย ทำให้ความสามารถในการส่งข้อมูลลดลง




รูปที่ ๔.๒ รูปแบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล
         รูปที่ ๔.๒ แสดงความแตกต่างในการส่งข้อมูล ซึ่งความสามารถในการส่งข้อมูลจะต่างกันไปตามรูปแบบของการส่ง ดังรูปที่ ๔.๒ ก. การส่งข้อมูลแบบไม่สมมาตร ความสามารถในการส่งข้อมูลไปและกลับจะไม่เท่ากัน เหมาะกับการส่งข้อมูลขนาดใหญ่ รูปที่ ๔.๒ ข. การส่งข้อมูลแบบสมมาตร ความสามารถในการส่งข้อมูลไปและกลับเท่ากัน และรูปที่ ๔.๒ ค. การส่งข้อมูลแบบทำงานร่วมกันหลายอุปกรณ์ แต่ละอุปกรณ์จะแบ่งความสามารถในการส่งข้อมูลกัน ทำให้ความสามารถในการส่งข้อมูลลดลง [๑]

  ๕.พื้นฐานเทคโนโลยีที่ใช้ในบลูทู 
   up
          เทคโนโลยีที่สำคัญ ซึ่งใช้ในระบบบลูทูประกอบไปด้วยสามส่วน คือ

         ๕.๑ การส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุด้วยการแผ่สเปกตรัม 
(Frequency Hopping Spread Spectrum: FHSS) 
         กระบวนการส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุ ผู้ส่งจะส่งข้อมูลบนความถี่ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น ๗๙ ช่องสัญญาณ[๑] โดยส่งข้อมูลไปบนช่องสัญญาณที่เปลี่ยนไปมาอย่างต่อเนื่องตามลำดับที่ได้กำหนดไว้ ผู้รับก็ต้องรับข้อมูลด้วยลำดับความถี่ที่เปลี่ยนแปลงตามความถี่ของช่องสัญญาณที่ผู้ส่งส่งมาในเวลาเดียวกัน ดังรูป ๕.๑ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการดักจับข้อมูลจากผู้ใช้อื่น เนื่องจากลำดับความถี่ที่ส่งจะเข้าใจกันระหว่างผู้รับและผู้ส่งเท่านั้น

 
รูปที่ ๕.๑ การส่งข้อมูลผ่านคลื่นวิทยุโดยเปลี่ยนความถี่ไปมา
         ๕.๒ รูปแบบสัญญาณค้นหาอุปกรณ์ (Service discovery protocol) 
         รูปแบบของสัญญาณที่ใช้ในการค้นหาอุปกรณ์ บลูทูธที่อยู่ใกล้เคียงกัน ซึ่งกระบวนการนี้ เริ่มจากอุปกรณ์บลูทูส่งสัญญาณซึ่งมีรูปแบบที่เข้ากันใจระหว่างอุปกรณ์บลูทู เมื่ออุปกรณ์บลูทูธอื่น พบคลื่นสัญญาณนี้ ก็จะตอบสนองกลับมา โดยส่งแอดเดรสประจำเครื่อง กลับมาด้วยทำให้อุปกรณ์ทั้งสอง
สามารถเชื่อมต่อกันได้ในขั้นตอนต่อไป
รูปที่ ๕.๒ รูปแบบการส่งสัญญาณค้นหาอุปกรณ์
         รูปที่ ๕.๒ แสดงตัวอย่างกระบวนการในการค้นหาอุปกรณ์ของเครื่องพีดีเอ เริ่มจากเครื่องพีดีเอส่งสัญญาณเพื่อตรวจหาอุปกรณ์ใกล้เคียง เมื่อเครื่องพิมพ์ตรวจพบก็จะตอบสนองการทำงานโดยระบุเลขแอดเดรสของตัวเองกลับมายังเครื่องพีดีเอ หลังจากนั้นเครื่องพีดีเอร้องขอการเชื่อมต่อไปยังเครื่องพิมพ์ เมื่อเครื่องพิมพ์ตอบรับการเชื่อมต่อ เครื่องพีดีเอก็จะสามารถใช้งานเครื่องพิมพ์ผ่านเครือข่ายบลูทูธได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับซอฟต์แวร์และเงื่อนไขเฉพาะอื่นๆ ของอุปกรณ์ทั้งสองด้วย

         ๕.๓ รูปแบบการสื่อสาร 
(Application protocol)
       
คำสั่งหรือกระบวนการที่ถูกใช้โดยโปรแกรมประยุกต์ เพื่อกำหนดขั้นตอน กระบวนการในการรับและส่งข้อมูล ถูกพัฒนาขึ้นมาให้มีความเป็นอิสระ โดยเทคโนโลยีหรือโปรแกรมประยุกต์ทั่วไปสามารถนำไปใช้งานได้ ซึ่งระบบบลูทูธได้นำเอาโพรโทคอลเหล่านี้มาใช้งานในการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์การสื่อสารชนิดต่างๆ เนื่องจากรูปแบบการสื่อสารจะแตกต่างกันเช่น การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายบลูทูธระหว่างคอมพิวเตอร์พกพาและเมาส์ (mouse) ใช้โพรโทคอลอาร์เอส - 232 (RS-232) การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์พกพาและเครื่องพีดีเอใช้โพรโทคอลแลกเปลี่ยนอ็อบเจกต์ (Object exchange : OBEX) และการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์พกพาผ่านจุดเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์จัดเส้นทาง (router) ใช้โพรโทคอลจุดต่อจุด (Point to Point protocol : PPP) ดังรูป ๕.๓ [๑]
รูปที่ ๕.๓ รูปแบบการสื่อสาร
 

  ๖.มาตรฐานของบลูทู 
   up
         เทคโนโลยีบลูทูธได้กำหนดมาตรฐานหรือรุ่นของระบบการทำงานโดยได้มีการพัฒนาประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ ดังนี้ [๓]

        ๖.๑ บลูทู 1.0 และบลูทู 1.0B
         เป็นบลูทูธรุ่นแรกซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ (ค.ศ. 1999) แต่ยังคงมีปัญหาอยู่มาก

         ๖.๒ บลูทู 1.1
         ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ (ค.ศ. 2001) โดยได้แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากบลูทูธรุ่นก่อนทำให้บลูทูรุ่นนี้ทำงานได้ดีขึ้น ใช้มาตรฐาน IEEE Standard 802.15.1 รองรับช่องสัญญาณที่ไม่มีการเข้ารหัส และมีเครื่องมือบอกระดับความแรงของสัญญาณด้วย

         ๖.๓ บลูทู 1.2
         ได้รับการพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ (ค.ศ. 2003) สามารถทำงานร่วมกับบลูทู 1.1 ได้ ซึ่งคุณสมบัติที่สำคัญของบลูทูธรุ่นนี้ได้แก่ การค้นหาสัญญาณและการเชื่อมต่อที่เร็วขึ้น ปรับปรุงความสามารถในการส่งข้อมูลโดยลดสัญญาณรบกวน นอกจากนี้เมื่อเกิดข้อผิดพลาดในการส่งข้อมูล ระบบก็จะส่งข้อมูลนั้นใหม่อีกครั้ง

         ๖.๔ บลูทู 2.0 + EDR
         บลูทูรุ่นนี้สามารถทำงานร่วมกับบลูทู 1.1 ได้เช่นกัน ถูกพัฒนาขึ้นในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ (ค.ศ. 2004) คุณสมบัติสำคัญเน้นในเรื่องของความเร็วในการรับ – ส่งข้อมูล ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้เร็วถึง ๒.๑ เมกกะบิตต่อวินาที ด้วยความเร็วสูงสุดของช่องสัญญาณ ๓.๐ เมกกะบิตต่อวินาที

  ๗. 
จดหมายเหตุ   up
         เหตุการณ์ที่สำคัญในการเกิดเทคโนโลยีบลูทู แสดงดังตารางที่ ๗.๑
                   ตารางที่ ๗.๑ วิวัฒนาการเทคโนโลยีไร้สายบลูทูท [๑]
ปี พ.ศ.
(ค.ศ.)
เหตุการณ์สำคัญ

๒๕๓๗
(1994)
เทคโนโลยีบลูทูทได้รับการพัฒนาขึ้นมาครั้งแรก โดยบริษัท อิริคสัน []

๒๕๔๑
(1998)

บริษัท อิริคสัน โนเกีย บริษัทไอบีเอ็ม(IBM) บริษัทโตชิบา(Toshiba) และบริษัทอินเทล(Intel)
ได้ร่วมมือกันในชื่อ เอสไอจี 
(special interest group: SIG) เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีบลูทูท

๒๕๔๒
(1999)
- บลูทูทรุ่น 1.0 ได้รับการเผยแพร่
- บริษัทไมโครซอฟต์ (Microsoft) บริษัททรีคอม (3com) บริษัทลูเซ็นต์ (Lucent) 
และบริษัทโมโตโรล่า 
(Motorola) ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มเอสไอจี
- พัฒนา บลูทูทรุ่น 1.0B

๒๕๔๔
(2001)

บลูทูท 1.1 ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมจาก  บลูทูท 1.0
B
๒๕๔๖
(2003)
บลูทูท 1.2 ได้รับการพัฒนาขึ้น โดยเพิ่มความสามารถในการเชื่อมต่อสัญญาณและการส่งข้อมูลที่ดีขึ้น[]
๒๕๔๗(2004)
บลูทูท 2.0 + EDR ถูกประกาศใช้งาน มีคุณสมบัติเด่นเรื่องความเร็วในการส่งข้อมูลได้สูงสุด
๓ เมกกะบิตต่อวินาที
[]

  ๘. 
บรรณานุกรม  up
[๑] Lawrence Harte, Introduction to Bluetooth: Technology, Operation, Profile and Services. USA:ALTHOS, 2004.

[๒] Nathan J. Muller, Bluetooth Demystified. Singapore: McGraw - Hill, 2001.

[๓] Sweden. Special Interest Group. Overview - About the Bluetooth SIG. 15 April. 2008 <http://www.bluetooth.org>